แคลเซียมบนฉลาก ≠ แคลเซียมที่ร่างกายใช้ได้จริง (ดูดซึมได้จริง)

หลายคนเลือกนม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมจาก “ตัวเลขมิลลิกรัมที่สูงบนฉลาก” แต่ในทางโภชนาการและเภสัชศาสตร์ ปริมาณที่สำคัญจริง ๆ คือแคลเซียมที่ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ (Bioavailable Calcium) ไม่ใช่เพียงปริมาณรวมทั้งหมด (Heaney, 2001; Weaver, 2006)

จากข้อมูลปริมาณแคลเซียมในนมแต่ละชนิดต่อ 200 มล. เช่น นมวัว นมแพะ นมอัลมอน และนมถั่วเหลือง(อ้างอิงข้อมูลจาก สสส.) (ThaiHealth) แม้ว่าบางชนิดจะมีปริมาณแคลเซียมสูง แต่โดยเฉลี่ย ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ประมาณ 30% ของปริมาณที่มีอยู่ ทั้งนี้ อัตราการดูดซึมอาจแตกต่างกันตามชนิดของแคลเซียม และบริบทของแต่ละบุคคล (Heaney, 2001; NIH ODS) โดยเฉพาะ นมพืชที่เสริมแคลเซียม

เนื่องจากนมพืชมีแคลเซียมน้อยอยู่แล้วโดยธรรมชาติ จึงต้องเติมแคลเซียมลงไป ซึ่งโดยทั่วไปมักใช้ Calcium Carbonate (แคลเซียมคาร์บอเนต) เป็นแหล่งแคลเซียม

แคลเซียมคาร์บอเนต การดูดซึมต่ำ ต้องอาศัยกรดในกระเพาะอาหารสูง เพื่อช่วยในการละลายทำให้ในบางคน เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีกรดในกระเพาะต่ำ การดูดซึมอาจลดลง และในบางกรณีอาจต่ำได้ถึงประมาณ 10% (Straub, 2007; NIH ODS)

จากข้อมูลในตาราง เปรียบเทียบปริมาณแคลเซียมในนม ต่อ 200 มล. (ข้อมูลจาก สสส. )

  • นมวัว มีแคลเซียม 224 mg ดูดซึมได้จริง ประมาณ 67 mg (30% ของ 224)
  • นมแพะ มีแคลเซียม 236 mg ดูดซึมได้จริง ประมาณ 71 mg ( 30% ของ 236)
  • นมอัลมอนด์ มีแคลเซียม 331.2 mg ดูดซึมได้จริงประมาณ 33 – 99 mg ( 10 – 30 % ของ 331.2)
  • นมถั่วเหลือง มีแคลเซียม 181.8 mg ดูดซึมได้จริงประมาณ 18 – 54 mg ( 10 – 30 % ของ 181.8 )

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า “ปริมาณแคลเซียมที่สูง” ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะสามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด

ทำไม “รูปแบบของแคลเซียม” จึงสำคัญ?

แคลเซียมแต่ละรูปแบบมี คุณสมบัติด้านการละลาย การดูดซึม และการนำไปใช้ในร่างกายแตกต่างกัน การเลือกแคลเซียมที่เหมาะสม จึงควรพิจารณาไม่เพียงแค่ปริมาณรวม แต่รวมถึง รูปแบบของแคลเซียม (Calcium form) ความสามารถในการดูดซึม (Bioavailability) และสารอาหารร่วมที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของแคลเซียม (Pak, 1994; EFSA, 2015) ไปใช้ในระบบโครงสร้างของร่างกายอย่างเหมาะสม (NIH ODS)

ในปัจจุบัน มีการพัฒนาแคลเซียมในรูปแบบที่มุ่งเน้นการดูดซึมและการนำไปใช้จริงในร่างกายมากกว่าการเพิ่มตัวเลขปริมาณรวม

หนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความสนใจในแวดวงโภชนาการ คือ Calcium L-Threonate (แคลเซียมแอลทรีโอเนต) เป็นแคลเซียมที่จับกับ L-Threonate ซึ่งเป็นเมแทบอไลต์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการของวิตามิน C ในร่างกาย (Weaver, 2006) ช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนที่กระดูกและข้อ ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของกระดูกอีกด้วย

แนวคิดของแคลเซียมรูปแบบนี้ คือ สนับสนุนการดูดซึมในทางเดินอาหาร ใช้ปริมาณที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องใช้โดสสูง และสนับสนุนการนำแคลเซียมไปใช้ในโครงสร้างกระดูกและระบบต่าง ๆ อย่างสมดุล

เป้าหมายของการเสริมแคลเซียมในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เพียง “กินให้ได้ปริมาณสูงที่สุด” แต่คือ การเลือก “รูปแบบ” และ “สูตรโดยรวม” ที่ช่วยให้ร่างกายนำไปใช้ได้จริงในระยะยาว

แคลเซียมที่ดี ไม่ได้วัดจาก “ตัวเลขบนฉลาก” เพียงอย่างเดียว แต่ควรวัดจาก การดูดซึม และการนำไปใช้ได้จริงในร่างกาย

การเลือกแคลเซียมที่เหมาะสม คือการเลือกสิ่งที่สอดคล้องกับการทำงานของร่างกาย และสนับสนุนสุขภาพกระดูกในระยะยาวอย่างสมดุล

บทความโดย

สแกนเพื่อดูประวัติ | Scan to view my profile

ภญ.นวพร สุขเดโชสว่าง
Pharmacist Nawaporn Sukdashosavang, B.Pharm (Mahidol University)
เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนเภสัช มีประสบการณ์ด้านอาหารเสริมและสุขภาพองค์รวมมากกว่า 10 ปี

References (เอกสารอ้างอิง)

1.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) — ThaiHealth Promotion Foundation อินโฟกราฟิก: ปริมาณแคลเซียมในนมแต่ละชนิด (ต่อ 200 มล.) เว็บไซต์: https://www.thaihealth.or.th/

2. Heaney RP.Calcium absorption and bone health.

Journal of the American College of Nutrition. 2001;20(2 Suppl):83S–86S.

Weaver CM, Heaney RP.Calcium in Human Health.Totowa, NJ: Humana Press; 2006.

3. Straub DA.Calcium supplementation in clinical practice: A review of forms, doses, and indications.Nutrition in Clinical Practice. 2007;22(3):286–296.

4. Pak CY.Calcium bioavailability and absorption mechanisms.

The American Journal of Clinical Nutrition. 1994;59(2 Suppl):469S–471S.

5. NIH Office of Dietary Supplements.Calcium — Fact Sheet for Health Professionals.National Institutes of Health (NIH).

Available at: https://ods.od.nih.gov/factsheets/Calcium-HealthProfessional/

6. EFSA Panel on Dietetic Products, Nutrition and Allergies (NDA).

Scientific Opinion on the Tolerable Upper Intake Level of Calcium.

EFSA Journal. 2015;13(5):4101.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!