ความต่างของ OMEGA-3 เลือกแหล่งไหน… ร่างกายได้ประโยชน์สูงสุด?

ความต่างของ OMEGA-3 เลือกแหล่งไหน… ร่างกายได้ประโยชน์สูงสุด?

เคยสงสัยไหม? โอเมก้า-3 จากพืช สาหร่าย และน้ำมันปลา ต่างกันยังไง?

“แหล่งที่มา” มีผลต่อการนำไปใช้ของร่างกายที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดูรูป แล้วเช็กตามนี้เลย 👇

1. จากพืช (Plant-Based) | แหล่ง ALA

พบใน Flaxseed (เมล็ดแฟลกซ์), Walnut (วอลนัต), Chia (เมล็ดเจีย)

  • ความจริง: ร่างกายนำไปใช้ตรงๆ ไม่ได้ ต้องนำไปแปลงรูป (Convert) เป็น EPA และ DHA ก่อน
  • ประสิทธิภาพ: ต่ำมาก! แปลงเป็น EPA ได้แค่ 5-10% และเปลี่ยนเป็น DHA ได้แค่ 2-5% เท่านั้น (บางกรณี DHA < 1%) (Burdge & Calder, 2005; Brenna et al., 2009)
  • เหมาะกับใคร: สายมังสวิรัติ แต่อาจหวังผลเรื่องการบำรุงสมองหรือสายตาได้ยากมาก

2. จากสาหร่าย (Algal Oil) | แหล่ง DHA สายตรง

  • ความจริง: เป็นแหล่งกำเนิดสายตรง (Direct Source) ของ DHA ไม่ต้องเปลี่ยนรูป ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที (Ready to use) (Arterburn et al., 2008)
  • ข้อจำกัด: มักไม่มี EPA หรือมีน้อยในบางสูตร
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการบำรุง สมอง และ สายตา โดยตรง และชาว Vegan ทานได้สบายใจ

3. จากน้ำมันปลา (Fish Oil) | สูตรสมดุล (Balanced)

  • ความจริง: ให้ทั้ง DHA และ EPA ในหนึ่งแคปซูล อยู่ในรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้ได้ทันที และมีการศึกษาวิจัยในมนุษย์อย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุด (Calder, 2012)
  • เหมาะกับใคร: ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งหัวใจ หลอดเลือด และระบบภูมิคุ้มกัน

เลือก OMEGA-3 ให้ตรงจุดประสงค์สุขภาพ

  • 🧠 DHA ➡️ ช่วยในการทำงานของสมอง (Brain Function)
  • 👁️ DHA ➡️ ช่วยคงสภาพการมองเห็น (Eye Health)
  • 🫀 EPA & DHA ➡️ มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์ (Heart Health)
  • 🛡️ EPA & DHA ➡️ มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Support) (Calder, 2012)

คำแนะนำ

การเลือก OMEGA-3 ไม่ใช่แค่ดูว่า “มีหรือไม่มี” ควรดูแหล่งที่มา (Source) และ ความสมดุลของ DHA + EPA (Balance)

บทความโดย

สแกนเพื่อดูประวัติ | Scan to view my profile

ภญ.นวพร สุขเดโชสว่าง
Pharmacist Nawaporn Sukdashosavang, B.Pharm (Mahidol University)
เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนเภสัช มีประสบการณ์ด้านอาหารเสริมและสุขภาพองค์รวมมากกว่า 10 ปี

เอกสารอ้างอิง (References)

1. Burdge, G. C., & Calder, P. C. (2005). Conversion of alpha-linolenic acid to longer-chain polyunsaturated fatty acids in human adults. Reproduction Nutrition Development, 45(5), 581-597.

2. Brenna, J. T., Salem, N., Sinclair, A. J., & Cunnane, S. C. (2009). alpha-Linolenic acid supplementation and conversion to n-3 long-chain polyunsaturated fatty acids in humans. Prostaglandins, Leukotrienes and Essential Fatty Acids, 80(2-3), 85-91.

3. Arterburn, L. M., et al. (2008). Algal-oil capsules and cooked salmon for depleting docosahexaenoic acid (DHA) status in humans. Journal of the American Dietetic Association, 108(7), 1204-1209.

4. Calder, P. C. (2012). Omega-3 polyunsaturated fatty acids and inflammatory processes: nutrition or pharmacology?. British Journal of Clinical Pharmacology, 75(3), 645-662.

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!