คุณกันแดดให้ผิวทุกวัน แต่คุณ “กันแดดให้ดวงตา” แล้วหรือยัง?

คุณกันแดดให้ผิวทุกวัน แต่คุณ “กันแดดให้ดวงตา” แล้วหรือยัง?

แดดแรงแบบนี้ สิ่งที่โดนทำร้าย…ไม่ใช่แค่ผิว ในประเทศเขตร้อนอย่างประเทศไทย ดวงตาของเราต้องเผชิญกับแสงแดดอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยคลื่นพลังงานหลายช่วง ไม่ได้มีเพียงรังสี UV เท่านั้น

แสงแดดที่เราสัมผัสในทุกวัน ประกอบด้วย รังสีอัลตราไวโอเลต (UVA, UVB) รวมถึง แสงที่ตามองเห็น โดยเฉพาะแสงสีฟ้าพลังงานสูง (High-energy visible light; HEV) และยังมี รังสีอินฟราเรด (Infrared; IR) ที่ให้พลังงานในรูปแบบความร้อน

แม้หลายคนจะคุ้นเคยกับแสงสีฟ้าจากหน้าจอ แต่ในความเป็นจริง แหล่งสำคัญที่สุดของแสงสีฟ้าในชีวิตประจำวัน คือ “แสงแดด”  ซึ่งเราสัมผัสโดยตรงทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก เมื่อได้รับแสงเหล่านี้สะสมในระยะยาว สามารถกระตุ้นให้เกิด oxidative stress ภายในดวงตา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของดวงตาในระยะยาว [1]

👁️ แสงแดด…ส่งผลต่อดวงตาอย่างไร?

แสงแดด…ส่งผลต่อดวงตาอย่างไร

การได้รับแสงแดดสะสม มีความสัมพันธ์กับภาวะทางตาหลายชนิด เช่น

  • ต้อกระจก (Cataract) จากการเสื่อมของเลนส์ตา [2]
  • ต้อเนื้อ (Pterygium) ที่พบได้บ่อยในคนที่เจอแดดจัด [3]
  • ความเสื่อมของจอประสาทตา (Macular degeneration) [1]

รวมถึงอาการในชีวิตประจำวัน เช่น ตาล้า ตาแห้ง มองไม่สบายตา [4]

ดังนั้น การดูแลดวงตาจึงไม่ควรจำกัดแค่ “การป้องกันจากภายนอก” แต่ควรรวมถึง “การดูแลจากภายใน” ด้วย

🛡️ เกราะป้องกันดวงตาจากธรรมชาติ

เกราะป้องกันดวงตาจากธรรมชาติ

หนึ่งในกลไกสำคัญของดวงตา คือการมีสารอาหารบางชนิดสะสมอยู่ในจุดสำคัญ

Lutein และ Zeaxanthin เป็น carotenoids ที่สะสมอยู่บริเวณ macula (จุดรับภาพชัด) มีบทบาทสำคัญ เช่น

✔ ช่วยกรองแสงสีฟ้า
✔ ลดความเสียหายจากแสง
✔ สนับสนุนการทำงานของจอประสาทตา [5]

🔬 มากกว่าลูทีน…การดูแลดวงตาที่ครบถ้วน

ในเชิงวิชาการ การดูแลดวงตาอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ได้อาศัยสารอาหารตัวเดียว  แต่เป็น “การทำงานร่วมกันของหลายกลไก”  ตัวอย่างสารอาหารสำคัญ ได้แก่

  • Astaxanthin → ช่วยลดอาการล้าของดวงตาจากการใช้งาน [6]
  • Anthocyanins (Bilberry, Maqui berry) → สนับสนุนการไหลเวียนเลือดในจอประสาทตา [7]
  • Lycopene → antioxidant ที่ช่วยลด oxidative stress [8]
  • Zinc และ Copper → มีบทบาทต่อการทำงานของ retina และระบบ antioxidant [9]

📊 หลักฐานจากงานวิจัย

การศึกษา AREDS2 (Age-Related Eye Disease Study 2) ซึ่งเป็นงานวิจัยขนาดใหญ่ด้านสุขภาพดวงตา พบว่าการได้รับ  Lutein 10 mg แลพ Zeaxanthin 2 mg ต่อวัน เป็นระดับที่ถูกใช้ในการศึกษาและถูกอ้างอิงอย่างแพร่หลายในงานวิจัยด้านจอประสาทตา [9]

🥗 กินผัก ผลไม้แค่ไหน…ถึงจะได้ Lutein และ Zeaxanthin เพียงพอ?

แม้ว่า Lutein และ Zeaxanthin จะพบได้ในผักใบเขียวและผลไม้หลายชนิด แต่ในเชิงปริมาณ การได้รับให้ถึงระดับที่ใช้ในงานวิจัย อาจไม่ง่ายในชีวิตประจำวัน

ตัวอย่างข้อมูลโภชนาการ ที่มา : สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผักและผลไม้ที่มีลูทีน/ซีแซนทีนสูง และมีออกซาเลตต่ำ เพื่อลดความเสี่ยงนิ่ว พบว่า การได้รับในระดับใกล้เคียง 10 mg ต่อวัน อาจต้องบริโภคอาหารในปริมาณค่อนข้างมาก

แม้ผักจะเป็นแหล่งสารอาหารที่ดี แต่การบริโภคให้ “เพียงพอและสม่ำเสมอทุกวัน” อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่

แนวคิดการดูแลดวงตาในปัจจุบันในยุคที่ดวงตาต้องเผชิญทั้ง

☀️ แสงแดด📱 และหน้าจอ แนวคิดการดูแลจึงเปลี่ยนไปสู่การ “สนับสนุนจากภายใน” ควบคู่กับการป้องกันภายนอก

โดยเน้นสารอาหารที่✔ มีข้อมูลวิจัยรองรับ✔ มีปริมาณที่ชัดเจน✔ และทำงานร่วมกันในหลายกลไก

แสงแดดในชีวิตประจำวันเป็นมากกว่าความร้อนที่เรารู้สึกแต่เป็นการรวมกันของคลื่นพลังงานหลายช่วงที่ดวงตาของเราต้องเผชิญทุกวัน  การดูแลดวงตาอย่างเหมาะสมจึงควรครอบคลุมทั้ง การป้องกันจากภายนอก และการสนับสนุนจากภายใน

เพราะดวงตา…ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน

เอกสารอ้างอิง (References)

1.Beatty S, et al. Surv Ophthalmol. 2000.
2.Taylor HR, et al. N Engl J Med. 1988.
3.Coroneo MT. Br J Ophthalmol. 1993.
4.Craig JP, et al. Ocul Surf. 2017.
5.Krinsky NI, et al. J Am Coll Nutr. 2003.
6.Nagaki Y, et al. 2002.
7.Khoo HE, et al. Food Nutr Res. 2017.
8.Rao AV, Agarwal S. Nutr Res. 1999.
9.AREDS2 Research Group. JAMA. 2013.

บทความโดย

สแกนเพื่อดูประวัติ | Scan to view my profile

ภญ.นวพร สุขเดโชสว่าง
Pharmacist Nawaporn Sukdashosavang, B.Pharm (Mahidol University)
เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนเภสัช มีประสบการณ์ด้านอาหารเสริมและสุขภาพองค์รวมมากกว่า 10 ปี

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

error: Content is protected !!